ข่าวเด่น

นักศึกษาเภสัชฯ มวล. สอบผ่านใบประกอบวิชาชีพเป็นอันดับ 5 ของประเทศไทย



นักศึกษาสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์(มวล.) รุ่นที่ 5 สอบผ่านความรู้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม อยู่ใน 5 อันดับแรกของมหาวิทยาลัยของรัฐที่มีผลการสอบสูงสุด โดยได้คะแนนภาพรวมทั้งMCQ และOSPE รวมกันคิดเป็น 95 %

ดร.ภญ.จิราพร ชินกุลพิทักษ์ คณบดีสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ ม.วลัยลักษณ์ เปิดเผยถึงผลการสอบความรู้ผู้ขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม ประจำปี พ.ศ.2560 โดยในการสอบประกอบด้วย 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 เป็นการสอบทักษะทางวิชาชีพเภสัชกรรม (OSPE, Objective Structured Pharmaceutical Examination) และส่วนที่ 2 เป็นการสอบข้อเขียนการบูรณาการความรู้ทางเภสัชศาสตร์ (MCQ, Multiple Choice Question) จัดโดยสภาเภสัชกรรมแห่งประเทศไทยเมื่อเร็วๆนี้ ซึ่งมีนักศึกษาที่เรียนทางด้านเภสัชศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยต่างๆทั่วประเทศเข้าสอบ

ในส่วนของนักศึกษาสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ ม.วลัยลักษณ์ มีผู้เข้าสอบจำนวน 40 คน ผลปรากฏว่า สามารถสอบผ่านการสอบทักษะทางวิชาชีพเภสัชกรรม (OSPE) ทั้ง 40 คน หรือคิดเป็น 100 % และ สอบผ่านการสอบข้อเขียนการบูรณาการความรู้ทางเภสัชศาสตร์ (MCQ) จำนวน 38 คน คิดเป็นคิดเป็น 95% เป็นผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม ในการสอบครั้งนี้ ของนักศึกษาเภสัชฯ ม.วลัยลักษณ์ ทำให้ลำดับของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์อยู่ใน 5 ลำดับแรกของมหาวิทยาลัยของรัฐที่มีผลการสอบสูงสุด

ดร.ภญ. จิราพร ชินกุลพิทักษ์ กล่าวว่า ตลอดการศึกษาในหลักสูตรเภสัชศาสตร์ม.วลัยลักษณ์ เป็นระยะเวลา 6 ปี ประกอบด้วยการเรียนในมหาวิทยาลัยจำนวน 5 ปี และการฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพในแหล่งฝึกปฏิบัติงานต่างๆ เช่น โรงพยาบาล ร้านยา โรงงานผลิตยา และบริษัทยาต่างๆ อีก 2,000 ชม. หรือใช้เวลาประมาณ 1 ปี เป็นเส้นทางของการสำเร็จของบัณฑิตเภสัชศาสตร์โดยการมีผลการสอบในระดับคะแนนที่สูงในครั้งนี้เป็นผลจากความตั้งใจในการเรียนรู้และการเพียรพยายามในการฝึกฝนของนักศึกษาตลอดเวลาของการศึกษาในหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ความพร้อมของแหล่งค้นคว้า หนังสือตำรา ตลอดจนสถานที่ในการฝึกปฏิบัติและทักษะในการเรียนรู้ในห้องปฏิบัติการ ที่เพียงพอรองรับการเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียนของนักศึกษาการช่วยเหลือกันระหว่างชั้นปีและรุ่นพี่รุ่นน้อง อีกทั้งการดูแลเอาใจใส่ การสร้างขวัญและกำลังใจ และสร้างความมั่นใจ ของคณาจารย์และบุคลากรในสำนักวิชาในการดูแลและให้คำแนะนำเป็นสิ่งสำคัญนำไปสู่ความสำเร็จในครั้งนี้ด้วย

ข่าวโดยนายธีรพงศ์ หนูปลอด ส่วนสื่อสารองค์กร
ภาพโดยสำนักวิชาเภสัชศาสตร์

TOP