ข่าวเด่น

ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน นายกสภามหาวิทยาลัย ปาฐกถาพิเศษ “แนวคิดและทิศทางการพัฒนามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์” ในกิจกรรมปฐมนิเทศบุคลากรใหม่ ประจำปีงบประมาณ 2564

           มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดย ส่วนทรัพยากรมนุษย์และองค์กร จัดกิจกรรมปฐมนิเทศบุคลากรใหม่ ประจำปีงบประมาณ 2564 (1/2564) เพื่อให้บุคลากรใหม่ได้พบปะผู้บริหารระดับสูงของมหาวิทยลัยและได้รับรู้ถึงแนวทางในขับเคลื่อน และเป้าหมายของมหาวิทยาลัย และได้รับทราบข้อมูลที่จำเป็นในการปฏิบัติงาน ปฏิบัติตนให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันอย่างถูกต้อง  โดยมีบุคลากรใหม่ทั้งฝ่ายวิชาการและฝ่ายสนับสนุนเข้าร่วมจำนวน 140 คน เมื่อวันพุธที่ 7 เมษายน 2564 ณ ห้องประชุม AD 3401 (ห้องประชุมศรีธรรมราช) ชั้น 3  อาคารปฏิบัติการสถาปัตยกรรมและการออกแบบ

          โอกาสนี้ ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน นายกสภามหาวิทยาลัย ปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “แนวคิดและทิศทางการพัฒนามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์” ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดี กล่าวต้อนรับและบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “การบริหารการเปลี่ยนแปลงด้วย OKRs สู่ World Ranking University”          ศาสตราจารย์ ดร. ธวัชชัย ศุภดิษฐ์ รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและยุทธศาสตร์การพัฒนา บรรยายพิเศษในหัวข้อ “การขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัย”     “กิจกรรมสายใยผูกพันรักมั่นองค์กร (Walailak For all)” โดยรองศาสตราจารย์ ดร. สุวิทย์ วุฒิสุทธิเมธาวี รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร และกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระบบสนับสนุนการทำงานของมหาวิทยาลัย โดย นางสมพร บุญเกียรติเดชากุล รักษาการแทนหัวหน้าส่วนทรัพยากรมนุษย์และองค์กร

          ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน นายกสภามหาวิทยาลัย กล่าวว่า ในฐานะผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย การสร้างมหาวิทยาลัยนั้น ไม่มีที่ไหนในโลกที่จะสร้างมหาวิทยาลัยเพื่อล้มเลิก เพราะฉะนั้นผู้ที่จะมาบริหารมหาวิทยาลัยโดยเฉพาะอธิการบดี ท่านจะตระหนักเสมอว่าต้องเผชิญปัญหาและความท้าทาย ไม่มีใครมาบริหารมหาวิทยาลัยเพื่อจะเลิกมหาวิทยาลัย     คำว่า มหาวิทยาลัย คือ องค์การทางวิชาการระดับสูงของสังคม (Academic Organization) ไม่ว่าสังคมจะเปลี่ยนไปเช่นไร ความเป็นมหาวิทยาลัยก็จะยังคงอยู่คู่กับสังคมนั้นเสมอ เชื่อว่าในรอบ 29 ปีของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ตั้งแต่การก่อตั้งเมื่อปี 2535 จนเปิดรับนักศึกษารุ่นแรกเมื่อปี 2540 เป็นต้นมา มหาวิทยาลัยได้เติบโต ภายใต้การนำของท่านอธิการบดีที่ผ่านมาจนถึงท่านปัจจุบัน เป็นทั้งการเติบโตตามแผนและการเติบโตเกินกว่าแผน เพราะมหาวิทยาลัยแห่งนี้ไม่ได้สร้างขึ้นด้วยการร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งมหาวิทยาลัย (พรบ.) เพียงอย่างเดียว แต่ก่อนจะไปถึงขั้นนั้นได้ทำแผนร่วมกัน โดยมีผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ตั้งแต่ประชาชน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฝ่ายรัฐบาลและผู้จะมาจัดตั้งท ได้ระดมความคิดเพื่อตอบสนองความต้องการในช่วงเวลานั้นไปสู่อนาคต จึงได้ทำแผน 10 ปีขึ้น เพื่อกำหนดว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยแบบไหน ต้องการนักศึกษาเท่าไหร่ ใช้ทรัพยากรมากน้อยแค่ไหน เป็นต้น ซึ่ง พรบ.จะสะท้อนตัวตนที่เราต้องการจะเป็น สะท้อนฉันทานุมัติของประชาชนและตัวแทน

          ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร กล่าวอีกว่า กว่าจะมาเป็นมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มีผู้คิด ผู้เสนอมากมาย  จนมาถึงช่วงที่มีการรวมตัวกันประมาณ 500 คนเพื่อเรียกร้องให้มีการจัดตั้งมหาวิทยาลัยที่ จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งการจะมีมหาวิทยาลัยที่ดีได้นั้นต้องเริ่มจากการมีแผนที่ดี เพราะแผนที่ดีจะสะท้อนความต้องการของรัฐ ความต้องการของประชาชนและความต้องการของพื้นที่ ต้องตอบสนองสิ่งที่เป็นความต้องการที่แท้จริง กระผมต้องขอบคุณ ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดี ที่ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้เป็นก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ให้เราได้หลุกพ้นจากปัญหาที่ทำให้เกิดภาวะชะงักงันในการดำเนินงาน แต่ในขณะนี้เราสามารถพูดได้ว่า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์พร้อมที่จะรับเป็นประเภทที่ 1 คือการเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยของโลก ซึ่งการจะเป็นได้นั้นจะต้องมีผลงานตามเกณฑ์ที่กำหนด ถือเป็นการรับคำท้าทายที่กล้าหาญมาก  เพราะการจะทำให้ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่คนที่มีความสามารถ มีความตั้งใจแน่วแน่อย่างท่านอธิการบดีเชื่อว่าทำได้ เพราะในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ได้เริ่มสร้างความพร้อมพื้นฐานต่างๆ เพื่อให้ไปถึงสิ่งที่พึงปรารถนาได้ไม่ยาก แนวคิดและทิศทางการพัฒนามหาวิทยลัยวลัยลักษณ์ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกท่านต้องตระหนักเสมอว่าไปทำงานที่ไหน ท่านต้องรู้จักสถานะของหน่วยงานนั้นๆ เพราะความคาดหวัง ความต้องการ และธรรมชาติของหน่วยงานที่ท่านไปทำ จะเป็นตัวกำหนดสิ่งที่ท่านต้องทำ ไม่ใช่แค่ความคาดหวังของท่านเพียงลำพัง ถ้าโชคดีความคาดหวังของท่านและความคาดหวังขององค์กรนั้นตรงกันจะยิ่งเสริมกันให้การทำงานไปสู่เป้าหมายมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

          ด้านศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดี กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 29 ปี แห่งการก่อตั้งมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยได้พัฒนาและสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการให้เป็นที่ประจักษ์ บุคลากรของมหาวิทยาลัยทุกท่านมีส่วนร่วมในการช่วยให้มหาวิทยาลัยได้เจริญเติบโตก้าวหน้าไปตามเป้าหมาย ในช่วงที่ผ่านมาเป็นช่วงที่มหาวิทยาลัยมีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ พร้อมๆไปกับการเปลี่ยนแปลงของโลก และในประเทศไทยเองก็มีการเปลี่ยนแปลงของประชากรที่ลดลง อีก 20 ปีข้างหน้าประเทศไทยจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุ ในขณะเดียวกันจำนวนมหาวิทยาลัยไม่ได้ลดลง นั่นหมายความว่า การแข่งขันระหว่างมหาวิทยาลัยในการรับนักศึกษาไม่ได้ลดลงเช่นกัน ข้อมูลขณะนี้ในทุกมหาวิทยาลัยมีการปิดหลักสูตรเพิ่มมากขึ้น เพราะไม่มีนักศึกษาเข้าไปเรียน นี่คือการเปลี่ยนแปลงที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน เพราะฉะนั้นส่วนหนึ่งที่เราจะต้องดำเนินการ คือ การเปลี่ยนแปลงเพื่อให้มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นมหาวิทยาลัยแห่งคุณภาพ จึงได้ประกาศอย่างชัดเจน ว่า จะทำให้มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ “เป็นมหาวิทยาลัยแห่งคุณภาพ”ทั้งคุณภาพการเรียนการสอน โดยการนำกรอบ UKPSF จากประเทศอังกฤษ มาใช้เป็นเครื่องมือพัฒนาอาจารย์ของมหาวิทยาลัยให้เป็นคณาจารย์มืออาชีพ เพราะฉะนั้นการเปลี่ยนแปลงจึงเป็นกระบวนการที่สำคัญ ที่จะไปสู่ผลสัมฤทธิ์

          ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ กล่าวอีกว่า ขณะนี้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมได้แบ่งกลุ่มมหาวิทยาลัยออกเป็น 4 กลุ่ม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์อยู่ในกลุ่มที่ 1 คือ กลุ่มที่มุ่งยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาการวิจัยระดับแนวหน้าของโลก ถือเป็นเส้นทางที่ทรหด เพราะมหาวิทยาลัยคุณภาพทุกแห่งที่อยู่ในโลกนี้อยู่ในกลุ่มนี้ เราจึงต้องพัฒนาให้ให้สามารถแข่งขันกับมหาวิทยาลัยคุณภาพอื่นๆทั่วโลกให้มากที่สุด และการที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เป็น Land of Glory ดินแดนแห่งความรุ่งโรจน์ ต้องอาศัยพลังขนานใหญ่ พลังที่ว่านี้ คือพลังของการทำงานเป็นทีม พลังของความร่วมมือร่วมใจของบุคลากรทุกฝ่าย ทั้งสายวิชาการและสายปฏิบัติการ ที่ต้องทำงานร่วมกัน การทำงานร่วมกันเป็นทีมจะทำให้เราไปถึงเป้าหมายได้ เพราะฉะนั้นอยากเรียนกับทุกท่านว่า เมื่อท่านมาทำงานที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ถือว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความท้าทาย ที่ทุกท่านจะได้เป็นส่วนสำคัญที่จะนำพามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ไปสู่เป้าหมาย และในการรับบุคลากรใหม่ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อนรับท่านมาเป็นสมาชิกใหม่ของเรา มหาวิทยาลัยจึงได้จัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องในการปฐมนิเทศบุคลากรใหม่ เพื่อให้พนักงานได้รับรู้ถึงนโยบายและเป้าหมาย แผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนมหาวิทยาลัย              เสริมสร้างความภาคภูมิใจในความเป็นมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ตลอดจนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันในสิ่งที่สำคัญต่อการปฏิบัติหน้าที่ในมหาวิทยาลัยต่อไป

 

ข่าวและภาพ ชลธิชา ปานแก้ว ส่วนสื่อสารองค์กร

ประมวลภาพ


TOP